News Update

News in Asia

อาหารลดน้ำหนัก เคล็ดลับกินอย่างไรไม่ให้อ้วน

By on October 8, 2018

อาหารลดน้ำหนัก เคล็ดลับกินอย่างไรไม่ให้อ้วน ความอ้วน นี่ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ยิ่งถ้าเห็นของอร่อยดูน่ากินแล้วล่ะก็ ต้องรีบวิ่งเข้าหาอย่างฉับไว และบอกกับตัวเองเสมอว่าเดี๋ยวค่อยลด แต่สำหรับบางคนที่คิดว่าการอดอาหารเป็นทางออกที่ดี ขอบอกเลยว่านั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเลย เป็นการทรมานตัวเองซะเปล่า วันนี้ Parpaikin มีเคล็ดลับการกินที่ทำให้คุณไม่อ้วน โดยที่คุณไม่ต้องอดอาหารมาฝากค่ะ

เคล็ดลับการกินที่ปราศจากความอ้วน
1.โปรตีน
เรียกได้ว่าเป็นสารอาหารสำคัญ มีหน้าที่ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในร่างกายให้มากขึ้น ในกลุ่มคนที่ออกกำลังกาย และกลุ่มคนลดน้ำหนัก ควรได้รับอย่างน้อยไม่เกินวันละ 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เราสามารถหาแหล่งโปรตีนได้จากเนื้อสัตว์ทุกชนิด และเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน มีปริมาณไขมันน้อย เช่น อกไก่ สันในไก่ เนื้อปลา ไข่ขาว นม เป็นต้น

2.คาร์โบไฮเดรต
เป็นแหล่งพลังงานจำเป็น ต้องได้รับการควบคุม สามารถพบได้ในข้าว แป้ง น้ำตาล ผัก และผลไม้ การรับประทานจะต้องอยู่ในสัดส่วนที่เพียงพอ ไม่มากหรือน้อยเกินไป หากได้รับน้อยเกินไปจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่มีแรง รู้สึกไม่สดชื่น แต่หากได้รับมากเกินไปจะลดประสิทธิภาพของการลดน้ำหนัก ดังนั้น ควรทานในปริมาณน้อยลงมาจากปกติ 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ร่างกายดึงเอาไปใช้เป็นพลังงานได้หมดแบบไม่เหลือเก็บ หากเหลือเก็บไว้ มันจะแปรสภาพสะสมกลายเป็นชั้นไขมันที่เข้าไปอยู่ตามชั้นผิวหนัง หรือตับ โดยเฉพาะหน้าท้อง ทำให้มีขนาดร่างกายขยายใหญ่มากขึ้นนั่นเอง

3.ไขมัน
สำหรับไขมัน เป็นส่วนที่จำเป็นมากสำหรับคนที่ไม่อยากอ้วน ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าไขมันเป็นสารอาหารต้องห้าม หลีกเลี่ยงกันจนทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ที่เราหวาดกลัวไขมันนั่นเป็นเพราะแหล่งพลังงานแรกที่ร่างกายจะนำไปใช้สำหรับการเผาผลาญมาจากคาร์โบไฮเดรตก่อน เมื่อพลังงานไม่เพียงพอจึงจะดึงเอาไขมันมาใช้ โดยโปรตีนจะเป็นลำดับสุดท้ายที่จะถูกดึงออกมาเมื่อร่างกายเข้าสู่สภาวะขาดสารอาหารอย่างหนัก แต่ไขมันที่เลือกกิน ควรเป็นไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันจากปลา น้ำมันจากพืช และหลีกเลี่ยงไขมันที่มาจากอาหารจำพวกของทอด และไขมันจากเนื้อสัตว์

4.วิตามินและเกลือแร่
ร่างกายต้องการวิตามิน และเกลือแร่เช่นเดียวกับอาหาร ดังนั้น หากร่างกายเลือกกินอาหารครบ 5 หมู่ อย่างเพียงพอ ก็จะได้รับวิตามินและเกลือแร่ตามความจำเป็นอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมใดๆ มาเป็นตัวช่วย ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะเข้าไปทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างส่วนต่างๆ ของร่างกายให้แข็งแรง ปรับสมดุลร่างกาย และยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไปในตัวอีกด้วย

5.น้ำ
การดื่มน้ำในระหว่างวันให้เพียงพอ จะช่วยควบคุมการกินอาหารมื้อเย็นไม่ให้หนักจนเกินไปได้ เรียกว่าช่วยควบคุมพฤติกรรมการกินอาหารทุกมื้อให้อยู่ในจุดสมดุล เป็นระบบช่วยย่อย ระบบขับถ่ายของเสีย ช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึง และทำให้เรากินได้อย่างมีสติมากขึ้น เพราะเมื่อเราหมั่นดื่มน้ำเป็นระยะตลอดเวลาให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หรือประมาณ 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ก็จะทำให้กระเพาะอาหารรู้สึกอิ่มอยู่ตลอด โอกาสที่จะหิวโหยในมื้ออาหารเย็นก็ลดลงด้วย และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหวาน หรือน้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยน้ำตาลในปริมาณสูง

6.มะนาว-กรีกโยเกิร์ต
แม้ไม่ใช่อาหารที่เหมาะสมจะเป็นเมนูมื้อหลัก แต่เราสามารถเลือกให้สูตรอาหารชนิดนี้เป็นอาหารว่างทดแทนของหวานชนิดอื่น ด้วยการผสมกรีกโยเกิร์ตกับน้ำมะนาวคั้นสดสักเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วรับประทานได้ทันที เหตุเพราะในกรีกโยเกิร์ตมีแคลเซียมที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ส่วนน้ำมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซี จึงเป็นตัวช่วยดูดซึมแคลเซียมอีกทางหนึ่ง

7.เมนูจากพริกไทยดำ
พริกไทยดำมีสรรพคุณที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นสมุนไพรฤทธิ์ร้อน เมื่อรับประทานเข้าไปจะช่วยทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญไขมัน และเริ่มต้นการเบิร์นในทันที ดังนั้น ลองสร้างสรรค์เมนูที่มีส่วนผสมของพริกไทยดำมากขึ้นมาสักหน่อย ก็จะช่วยให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

8.กาแฟดำ
ขอย้ำว่าต้องเป็นกาแฟดำไม่ผสมน้ำตาล ไม่ผสมครีมเทียมหรือนมข้น แต่อาจเพิ่มความหวานด้วยสารทดแทนความหวานชนิดอื่นที่มีความปลอดภัยเข้ามาแทน กาแฟที่มีคาเฟอีนเข้มข้น จะช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้มากขึ้น ร่างกายตื่นตัว เผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี ลองเลือกดื่มกาแฟดำก่อนออกกำลังกายสักครึ่งชั่วโมง ยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบิร์นให้มากขึ้นด้วย ห่างไกลความอ้วนแน่นอน

และนี่ก็เป็นเคล็ดลับดีๆ ที่เรานำมาฝาก ควรใส่ใจและให้ความสำคัญกับการเลือกทานอาหารให้มาก แต่ต้องทานแค่พอประมาณ ไม่ทานจุจนเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังทำให้มีโรคตามมาด้วย